ถ้าเราถอดความ "ถอนฟืนใต้กระทะ" มันจะมีความหมายว่าการที่ไฟนั้นต้มน้ำในกระทะอยู่นั้น น้ำจะร้อน นั่นหมายความเราไม่สามารถหยิบหรือจับกระทะ และสัมผัสน้ำได้ เนื่องจากมีความร้อน ดังนั้นการถอนฟืนใต้กระทะ เป็นการลดชื้อเพลิงในการเผาไหม้ นั่นหมายความน้ำจะเย็นลง ทำให้เราสามารถยกออกได้ หลักในการนำเอาไปใช้ในสงครามหรือธุรกิจก็คงจะเป็นการ ตัดเสบียง และการลดขวัญกำลังใจ ทำให้เกิดการติดขัดในแผนการและขบวนการต่างๆในองค์กรหรือศัตรูฝ่ายตรงข้าม เพื่อชิงความได้เปรียบแก่ฝ่ายเราเอง ตัวอย่างในสามก๊กเช่น โจโฉเผาเสบียงที่อัวเจ๋า
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ 36กลยุทธ์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ 36กลยุทธ์ แสดงบทความทั้งหมด
วันพุธที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2558
36 กลยุทธ์ของจีน ตอน ถอนฟืนใต้กระทะ
ถอนฟืนใต้กระทะเป็น หนึ่งใน 36 กลยุทธ์ของจีน 三十六計 เป็นกลยุทธ์ติดพัน โดยจะเน้นการทำลายข้าศึกจากภายใน เพื่อหลีกเลี่ยงความสูญเสียหรือเปลี่ยนจากได้เปรียบเป็นเสียเปรียบ
ถ้าเราถอดความ "ถอนฟืนใต้กระทะ" มันจะมีความหมายว่าการที่ไฟนั้นต้มน้ำในกระทะอยู่นั้น น้ำจะร้อน นั่นหมายความเราไม่สามารถหยิบหรือจับกระทะ และสัมผัสน้ำได้ เนื่องจากมีความร้อน ดังนั้นการถอนฟืนใต้กระทะ เป็นการลดชื้อเพลิงในการเผาไหม้ นั่นหมายความน้ำจะเย็นลง ทำให้เราสามารถยกออกได้ หลักในการนำเอาไปใช้ในสงครามหรือธุรกิจก็คงจะเป็นการ ตัดเสบียง และการลดขวัญกำลังใจ ทำให้เกิดการติดขัดในแผนการและขบวนการต่างๆในองค์กรหรือศัตรูฝ่ายตรงข้าม เพื่อชิงความได้เปรียบแก่ฝ่ายเราเอง ตัวอย่างในสามก๊กเช่น โจโฉเผาเสบียงที่อัวเจ๋า
ถ้าเราถอดความ "ถอนฟืนใต้กระทะ" มันจะมีความหมายว่าการที่ไฟนั้นต้มน้ำในกระทะอยู่นั้น น้ำจะร้อน นั่นหมายความเราไม่สามารถหยิบหรือจับกระทะ และสัมผัสน้ำได้ เนื่องจากมีความร้อน ดังนั้นการถอนฟืนใต้กระทะ เป็นการลดชื้อเพลิงในการเผาไหม้ นั่นหมายความน้ำจะเย็นลง ทำให้เราสามารถยกออกได้ หลักในการนำเอาไปใช้ในสงครามหรือธุรกิจก็คงจะเป็นการ ตัดเสบียง และการลดขวัญกำลังใจ ทำให้เกิดการติดขัดในแผนการและขบวนการต่างๆในองค์กรหรือศัตรูฝ่ายตรงข้าม เพื่อชิงความได้เปรียบแก่ฝ่ายเราเอง ตัวอย่างในสามก๊กเช่น โจโฉเผาเสบียงที่อัวเจ๋า
วันศุกร์ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2558
ปล้นเสบียงที่อัวเจ๋า พลิกหน้ามือเป็นหลังมือ
สวัสดีครับผู้อ่านทุกท่านหลังจากไม่ได้เขียนบล๊อคมานานรวมไปถึงไม่ค่อยได้อ่านสามก๊กเท่าเมื่อก่อนทำให้หลงๆลืมๆไปบ้าง ช่วงนี้เลยจะเขียนเกี่ยวกับสามก๊กในเหตุการณ์แรกๆไปก่อน เรื่องหลังๆในสามก๊กจะมาเขียนเร็วๆนี้ครับ
เมื่อพูดถึงโจโฉแล้วใครๆก็รู้ว่าเป็นตัวละครเอกของเรื่อง ถามว่าคนๆนี้ตั้งตัวจริงๆได้เมื่อไหร่? โจโฉผ่านศึกมากมายกว่าจะได้ครองภาคเหนือของประเทศจีน ซึ่งศึกที่มีความสำคัญต่ออำนาจของโจโฉจริงๆในความคิดของผมน่าจะเป็นศึกกัวต๋อ ระหว่างโจโฉและอ้วนเสี้ยว เป็นหนึ่งในศึกที่ยิ่งใหญ่ในสามก๊ก และศึกแห่งประวัติศาสตร์ของประเทศจีน ทำให้โจโฉได้ขยายอาณาเขตและอำนาจ โดยเป็นการเอาน้อยชนะมาก ครั้งนั้นโจโฉมีกำลังพลเพียงแค่ 7 หมื่นคน ในขณะที่อ้วนเสี้ยวมีถึง 70 หมื่น หรือ 7 แสนคน
ซึ่งในศึกกัวต๋อตัวแปรสำคัญที่ทำให้โจโฉได้เปรียบอ้วนเสี้ยวคือการตัดเสบียงทหารอ้วนเสี้ยวทั้งหมด ก่อนหน้านั้นโจโฉเป็นฝ่ายที่จะแพ้แน่ๆอยู่แล้วเนื่องจากเสบียงหมดและกำลังทหารที่ลดลง แต่เหตุการณ์กลับเป็นใจให้โจโฉเนื่องจากเกิดความขัดแย้งในฝ่ายอ้วนเสี้ยวผู้ที่เป็นผู้นำที่อ่อนแอเอง เขาฮิว ก็แปรพักตร์เข้าร่วมกับโจโฉ ทำให้โจโฉได้รู้ถึงจุดอ่อนของทัพอ้วนเสี้ยว
มาดูดีกว่าว่าแผนของโจโฉเป็นอย่างไร เริ่มจากวางกำลังในค่ายอย่างแน่นหนาเพื่อป้องกันการปล้นค่ายตอนกลางคืน หลังจากนั้นนำทหาร 5000 คน ปลอมตัวเป็นทหารอ้วนเสี้ยวโดยถือธงอ้วนเสี้ยว (แน่นอนว่าสมัยก่อนการปลอมแปลงอะไรต่างๆถือว่าง่ายมาก) เพื่อบุกตำบลอัวเจ๋าตอนกลางคืน ซ้ำอ้วนเสี้ยวให้อิเขงนายทหารที่ขี้เมาดูแลค่าย แน่นอนว่าเขาก็ละเลยในการปฏิบัติหน้าที่ทำให้โจโฉเผาเสบียงทัพได้สำเร็จในที่สุด ซึ่งถ้าใครได้ดูซีรีย์หรืออ่านในหนังสือก็เห็นว่าการตีอัวเจ๋านั้นสามารถนำเอามาศึกษาได้หลายๆข้อ
ใครอยากทราบรายละเอียดเพิ่มเติมแนะนำให้ดูวีดีโอนี้ครับ
![]() |
| โจโฉ ภาพจาก cnminerva.wordpress.com |
เมื่อพูดถึงโจโฉแล้วใครๆก็รู้ว่าเป็นตัวละครเอกของเรื่อง ถามว่าคนๆนี้ตั้งตัวจริงๆได้เมื่อไหร่? โจโฉผ่านศึกมากมายกว่าจะได้ครองภาคเหนือของประเทศจีน ซึ่งศึกที่มีความสำคัญต่ออำนาจของโจโฉจริงๆในความคิดของผมน่าจะเป็นศึกกัวต๋อ ระหว่างโจโฉและอ้วนเสี้ยว เป็นหนึ่งในศึกที่ยิ่งใหญ่ในสามก๊ก และศึกแห่งประวัติศาสตร์ของประเทศจีน ทำให้โจโฉได้ขยายอาณาเขตและอำนาจ โดยเป็นการเอาน้อยชนะมาก ครั้งนั้นโจโฉมีกำลังพลเพียงแค่ 7 หมื่นคน ในขณะที่อ้วนเสี้ยวมีถึง 70 หมื่น หรือ 7 แสนคน
![]() |
| อ้วนเสี้ยว ภาพ oattochemicalz.wordpress.com |
![]() |
| เขาฮิว ผู้มีอิทธิพลต่อศึกกัวต๋อ |
มาดูดีกว่าว่าแผนของโจโฉเป็นอย่างไร เริ่มจากวางกำลังในค่ายอย่างแน่นหนาเพื่อป้องกันการปล้นค่ายตอนกลางคืน หลังจากนั้นนำทหาร 5000 คน ปลอมตัวเป็นทหารอ้วนเสี้ยวโดยถือธงอ้วนเสี้ยว (แน่นอนว่าสมัยก่อนการปลอมแปลงอะไรต่างๆถือว่าง่ายมาก) เพื่อบุกตำบลอัวเจ๋าตอนกลางคืน ซ้ำอ้วนเสี้ยวให้อิเขงนายทหารที่ขี้เมาดูแลค่าย แน่นอนว่าเขาก็ละเลยในการปฏิบัติหน้าที่ทำให้โจโฉเผาเสบียงทัพได้สำเร็จในที่สุด ซึ่งถ้าใครได้ดูซีรีย์หรืออ่านในหนังสือก็เห็นว่าการตีอัวเจ๋านั้นสามารถนำเอามาศึกษาได้หลายๆข้อ
ใครอยากทราบรายละเอียดเพิ่มเติมแนะนำให้ดูวีดีโอนี้ครับ
- ข้อแรกคือการที่โจโฉรอการเปลี่ยนแปลงของทัพอ้วนเสี้ยว ข้อนี้จะสำเร็จได้ถ้าแม่ทัพมีความใจเย็นพอ ซึ่งในตอนแรกโจโฉก็จะถอยอยู่แล้ว แต่ที่ปรึกษาได้ตั้งคำถามไว้ว่าอ้วนเสี้ยวนั้นทัพใหญ่กว่า 10 เท่าแต่ทำไมไม่สามารถเอาชนะได้เลย และแนะนำให้รอการเปลี่ยนแปลงในกองทัพของอ้วนเสี้ยว
- ข้อที่สองนั้นคือในการปะทะกันสามารถเกิดได้เสมอแต่ว่าโจโฉนั้นเลือกที่จะเลือกพื้นที่ในการปะทะแล้วเกิดผลดีต่อตนเองในสงครามนับเป็น case ที่น่าสนใจ
- ข้อที่สามคือการเผาเสบียงและปล้นเสบียงทำให้กองทัพเกิดความเสียหายเป็นอย่างมาก เพราะคนก็ต้องกินอาหาร การที่ไม่มีเสบียงทำให้กองทัพไม่แรงจะสู้ต่อไป รวมไปถึงการก่อจราจลได้ในกองทัพ ซึ่งกองทัพยิ่งใหญ่เท่าใดก็จะควบคุมได้ยากเท่านั้น
ใครอยากทราบรายละเอียดเพิ่มเติมแนะนำให้ดูวีดีโอนี้ครับ
วันพุธที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2558
กรณีศึกษาจากสามก๊ก ตอน "ความฉลาดของเตียวหุย" ตอนที่ 2
ต้องขอเกริ่นก่อนว่าเตียวหุย(張飛)เป็นหนึ่งในตัวละครที่ผมชอบมากคนหนึ่งในสามก๊ก ซึ่งเป็นคนที่ดูหยาบคายแต่จิตใจดี ซึ่งคนแบบเตียวหุยจะเห็นได้ว่าเป็นคนที่เต็มที่กับหลายๆสิ่ง และเหตุการณ์ที่ปากุ๋นเป็นเหตุการณ์ที่ผมกลับมาอ่านหรือนึกถึงก็ยังคงมีความน่าใจเสมอมา
ซุนวูกล่าวไว้ว่ากลยุทธที่ดีในการรบคือกลยุทธที่เสียไพร่พลน้อยที่สุด (ดีที่สุดคือรบด้วยอุบาย) ซึ่งแน่นอนหลังจากเล่าปี่ต้องการขยายอำนาจโดยรุกเข้าเสฉวน เตียวหุยเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้เข้ายึดเสฉวนได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น ซ้ำเตียวหุยยังแสดงอัจริยภาพในการรบตามหลักของซุนวูได้อย่างดีเยี่ยมกล่าวคือ ""การบัญชาทัพชั้นเอกคือชนะด้วยอุบาย รองลงมาคือชนะด้วยการทูต รองลงมาอีกคือชนะด้วยการรบ" อ้างอิงจากคำแปลของอาจารย์บุญศักดิ์ แสงระวี ในบล๊อคนี้เราจะมาพูดถึงความสุขุมของเตียวหุยหลักจากจับตัวเงียมหงันได้แล้ว
หลังจากจับตัวเงียมหงัน(严颜)แห่งปากุ๋นได้แล้ว เงียมหงันก็ด่าทอเตียวหุยมากมายเรียกว่าไม่กลัวตายเลยทีเดียว ซ้ำยังรีบเรียกให้ประหารทิ้ง แต่เหตุการณ์นี้แปลกที่เตียวกลับไม่มีอารมณ์โกรธออกมา สามารถควบคุมตัวเองได้อย่างดี ซ้ำกลับแสดงความจริงใจโดยการพูดสรรเสริญและขอร้องให้เงียมหงันเข้าร่วมกับเล่าปี่ ซึ่งเหตุการณ์หลังจากเงียมหงันเข้าร่วมกับเล่าปี่แล้วทำให้ ทัพบกของเตียวหุยโดยให้เงียมหงันเป็นทัพหน้า สามารถผ่านด่านเมืองได้ถึง 45 เมือง ถึงลกเสียโดยไม่เสียไพร่พลแม้แต่คนเดียว ซ้ำยังถึงลกเสียก่อนขงเบ้งและจูล่งซะอีก ซึ่งถ้าเตียวหุยฆ่าเงียมหงันตั้งแต่ปากุ๋น การยกทัพจะไม่ง่ายแบบนี้ ซ้ำยังก่อให้เกิดความโกรธแค้นต่อผู้คนอีกจำนวนมาก
ว่าไปแล้ว เตียวหุยก็มีการพัฒนาในการใช้อุบายเหมือนกัน ถ้าจำได้ในบล๊อคก่อนๆผมได้เขียนเกี่ยวกับเตียวหุยในเหตุการณ์สะพานเตียงปันเกี้ยว ในสมัยที่เล่าปี่ต้องไปพึ่งเล่าเปียว(刘表) และซุนกวน(孙权)
เหตุการณ์นั้นเป็นเหตุการณ์ที่ทัพเล่าปี่โดยไล่ตามมา พอทัพโจโฉที่ไล่ตามมาพบกับเตียวหุยที่สะพานเตียงปันเกี้ยว ซึ่งในขณะนั้นเตียวหุยก็ทำให้บริเวณนั้นเต็มไปด้วยฝุ่นเพื่อหลอกให้โจโฉคิดว่ามีทหารซ่อนโจมตีอยู่ แต่แผนก็แตกเมื่อเตียวหุยสั่งทำลายสะพาน แต่ก็รอดมาได้อย่างหวุดหวิด
ซุนวูกล่าวไว้ว่ากลยุทธที่ดีในการรบคือกลยุทธที่เสียไพร่พลน้อยที่สุด (ดีที่สุดคือรบด้วยอุบาย) ซึ่งแน่นอนหลังจากเล่าปี่ต้องการขยายอำนาจโดยรุกเข้าเสฉวน เตียวหุยเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้เข้ายึดเสฉวนได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น ซ้ำเตียวหุยยังแสดงอัจริยภาพในการรบตามหลักของซุนวูได้อย่างดีเยี่ยมกล่าวคือ ""การบัญชาทัพชั้นเอกคือชนะด้วยอุบาย รองลงมาคือชนะด้วยการทูต รองลงมาอีกคือชนะด้วยการรบ" อ้างอิงจากคำแปลของอาจารย์บุญศักดิ์ แสงระวี ในบล๊อคนี้เราจะมาพูดถึงความสุขุมของเตียวหุยหลักจากจับตัวเงียมหงันได้แล้ว
![]() |
| ขอบคุณภาพจาก online station |
หลังจากจับตัวเงียมหงัน(严颜)แห่งปากุ๋นได้แล้ว เงียมหงันก็ด่าทอเตียวหุยมากมายเรียกว่าไม่กลัวตายเลยทีเดียว ซ้ำยังรีบเรียกให้ประหารทิ้ง แต่เหตุการณ์นี้แปลกที่เตียวกลับไม่มีอารมณ์โกรธออกมา สามารถควบคุมตัวเองได้อย่างดี ซ้ำกลับแสดงความจริงใจโดยการพูดสรรเสริญและขอร้องให้เงียมหงันเข้าร่วมกับเล่าปี่ ซึ่งเหตุการณ์หลังจากเงียมหงันเข้าร่วมกับเล่าปี่แล้วทำให้ ทัพบกของเตียวหุยโดยให้เงียมหงันเป็นทัพหน้า สามารถผ่านด่านเมืองได้ถึง 45 เมือง ถึงลกเสียโดยไม่เสียไพร่พลแม้แต่คนเดียว ซ้ำยังถึงลกเสียก่อนขงเบ้งและจูล่งซะอีก ซึ่งถ้าเตียวหุยฆ่าเงียมหงันตั้งแต่ปากุ๋น การยกทัพจะไม่ง่ายแบบนี้ ซ้ำยังก่อให้เกิดความโกรธแค้นต่อผู้คนอีกจำนวนมาก
ว่าไปแล้ว เตียวหุยก็มีการพัฒนาในการใช้อุบายเหมือนกัน ถ้าจำได้ในบล๊อคก่อนๆผมได้เขียนเกี่ยวกับเตียวหุยในเหตุการณ์สะพานเตียงปันเกี้ยว ในสมัยที่เล่าปี่ต้องไปพึ่งเล่าเปียว(刘表) และซุนกวน(孙权)
เหตุการณ์นั้นเป็นเหตุการณ์ที่ทัพเล่าปี่โดยไล่ตามมา พอทัพโจโฉที่ไล่ตามมาพบกับเตียวหุยที่สะพานเตียงปันเกี้ยว ซึ่งในขณะนั้นเตียวหุยก็ทำให้บริเวณนั้นเต็มไปด้วยฝุ่นเพื่อหลอกให้โจโฉคิดว่ามีทหารซ่อนโจมตีอยู่ แต่แผนก็แตกเมื่อเตียวหุยสั่งทำลายสะพาน แต่ก็รอดมาได้อย่างหวุดหวิด
ป้ายกำกับ:
36กลยุทธ์,
การตัดสินใจทางธุรกิจ,
ซุนวู,
บริหาร,
สามก๊ก
วันศุกร์ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2558
กรณีศึกษาจากสามก๊ก ตอน "ความฉลาดของเตียวหุย"
สวัสดีครับผู้อ่านทุกท่าน บล๊อคนี้เราจะมานำเสนอความฉลาดของเตียวหุยกัน เมื่อพูดถึงตัวละครที่ชื่อว่าเตียวหุยในสามก๊กแล้ว คนที่พอมีความรู้สามก๊กบ้างก็จะรู้ว่าเป็นพี่น้องร่วมสาบานของหนึ่งในตัวละครหลักที่คนไทยรู้จักเป็นอย่างดี นั่นก็จะคือเล่าปี่นี่เอง ถามว่าเล่าปี่และเตียวหุยเจอกันได้อย่างไร ก้ต้องท้าวความไปในตอนแรกของสามก๊กเลย หรือถ้าใครดูซีรีย์ปี1994ก็คือในตอนแรก ก็จะเห็นว่าเล่าปี่และเตียวหุยเจอกันได้เนื่องจากต้องการช่วยเหลือบ้านเมืองในเวลาที่โจรผ้าเหลืองก่อกบฏ ซึ่งในหนังสือกับซีรีย์มีเนื้อเรื่องไม่เหมือนกันตรงที่ในหนังสือเล่าปี่และเตียวหุยคุยกันก่อนที่ร้านเหล้าแล้วกวนอูค่อยออกมา ส่วนในซีรีย์เล่าปี่คุยกับเตียวหุยจริงๆก็คือตอนที่ชกต่อยกับกวนอูนั่นเอง อย่างไรก็ตามคนที่อ่านสามก๊กก็จะรู้ว่าเตียวหุยนั้นเป็นคนทำอะไรไม่ค่อยคิด เสียงดัง ดุดัน แต่จริงๆแล้วเป็นคนดีมากๆคนหนึ่งเลยในสามก๊ก ถึงจะดูทำอะไรไม่ค่อยคิดแต่เขาก็แสดงให้เห็นว่าตัวเขาเองก็มีปัญญาไม่ต่างจากใครๆ วันนี้เราจะมายกตัวอย่างในเหตุการณ์ที่เตียวหุยจะเข้าตีเมืองปากุ๋นกัน
เมืองปากุ๋นเป็นเมืองที่อยู่ทางทิศตะวันตกของประเทศจีน เหตุการณ์นี้จะอยู่ในช่วงที่เล่าปี่ต้องการขยายอำนาจหลังจากศึกใหญ่อย่างเซ็กเพ็ก ซึ่งขงเบ้งก็แนะนำให้เล่าปี่เข้ายึดเสฉวนเป็นฐานที่มั่นเนื่องจากภูมิประเทศที่เข้าถึงยาก จึงเหมาะเป็นฐานไว้สำหรับตั้งตัว ในขณะนั้นเองจูล่งและเตียวหุยก็ต่างแข่งกันสร้างผลงานให้เป็นที่ยอมรับ ขงเบ้งก็ได้ให้จูล่งบุกเสฉวนทางน้ำ ส่วนเตียวหุยบุกทางบก ใครถึงเมืองลกเสียที่เป็นเมืองหน้าด่านของเสฉวนก่อนจะมีความดีความชอบ
เมื่อเตียวหุยได้เดินทางเมืองปากุ๋นแล้วก็เจอขุนพลสูงวัยชื่อเงียมหงัน ปัญหาที่เตียวหุยเจอคือเงียมหงันใช้กลยุทธตั้งรับอย่างเดียวไม่ว่าเตียวหุยจะทำอย่างไรก็ไม่ออกรับเพียงแต่ใช้เกาทัณฑ์ยิงเพื่อป้องกันเท่านั้นเอง ซึ่งทำให้เตียวหุยต้องไปศึกษาภูมิประเทศด้วยตนเอง ซึ่งก็พบว่ายากที่เข้าตีอย่างมาก ทำให้ไม่สามารถเข้าโจมตีแบบปรกติได้ ทำให้คราวนี้เตียวหุยต้องออกอุบายในการยึดเมืองปากุ๋น ซึ่งอุบายแรกก็คือ ใช้อุบายโดยให้ทหารทั้งหมดลงนั่งนอนกับพื้นเพื่อทำให้ฝ่ายเงียมหงันเห็นว่ากองทัพเตียวหุยไม่หึกเหิมในการรบต่อไป แต่เงียมหงันกลับอ่านสถานการณ์ออกโดยประสบการณ์ทำให้ไม่ตกหลุมพราง อุบายต่อมาก็ให้ทหารไปด่าทอหน้าด่านเมืองปากุ๋นแต่ก็ยังคงไม่สำเร็จเนื่องจากเงียมหงันก็ยังคงรู้ทันเตียวหุยอยู่ดี ต่อมาอุบายที่สามก็ให้ทหารไปตัดฟืนตอนกลางคืน ซ้ำเตียวหุยก็รู้ว่ามาสายลับปะปนเข้าไป จึงออกคำสั่งให้สายลับคนนั้นไปแจ้งต่อเงียมหงันเพื่อล่อให้ออกมา ฝ่ายเงียมหงันคิดว่าคราวนี้คงจะจับตัวเตียวหุยได้สำเร็จแต่ไม่รู้ว่าเตียวหุยนั้นได้ซ้อนแผนไว้ โดยเมื่อเงียมหงันเห็นเตียวหุยตัวปลอมนำทัพออกมาทางช่องแคบก็บุกโจมตี โดยไม่ทันตั้งตัวว่าเตียวหุยตัวจริงมาจากด้านหลังและสามารถจับตัวงเงียมหงันได้สำเร็จ
เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้เราได้เห็นความฉลาดของเตียวหุยในการล่อเงียมหงันออกจากเมืองได้ นับเป็นหนึ่งในกลยุทธทางการรบที่มีความพิเศษอันหนึ่งในสามก๊กก็ว่าได้ ในโลกของความจริงบางครั้งเราก็ต้องหลอกล่อคู่แข่งเรา เพื่อเป็นการเปิดช่องให้ตัวเอง อาจจะดูเป็นคนขี้โกงแต่ในโลกของความเป็นจริงก็มีให้เราเห็นอยู่เสมอ
ครั้งหน้าเราจะมาเล่าเหตุการณ์ต่อจากนี้รวมไปถึงการใช้สติปัญญาของเตียวหุยในตอนต่อๆไป
นี่คือสามก๊กซีรีย์ปี1994ครับ ในตอนที่เตียวหุยรบกับเงียมหงัน
![]() |
| เตียวหุย |
เมืองปากุ๋นเป็นเมืองที่อยู่ทางทิศตะวันตกของประเทศจีน เหตุการณ์นี้จะอยู่ในช่วงที่เล่าปี่ต้องการขยายอำนาจหลังจากศึกใหญ่อย่างเซ็กเพ็ก ซึ่งขงเบ้งก็แนะนำให้เล่าปี่เข้ายึดเสฉวนเป็นฐานที่มั่นเนื่องจากภูมิประเทศที่เข้าถึงยาก จึงเหมาะเป็นฐานไว้สำหรับตั้งตัว ในขณะนั้นเองจูล่งและเตียวหุยก็ต่างแข่งกันสร้างผลงานให้เป็นที่ยอมรับ ขงเบ้งก็ได้ให้จูล่งบุกเสฉวนทางน้ำ ส่วนเตียวหุยบุกทางบก ใครถึงเมืองลกเสียที่เป็นเมืองหน้าด่านของเสฉวนก่อนจะมีความดีความชอบ
![]() |
| เงียมหงัน ขอขอบคุณ thaisamkok |
เมื่อเตียวหุยได้เดินทางเมืองปากุ๋นแล้วก็เจอขุนพลสูงวัยชื่อเงียมหงัน ปัญหาที่เตียวหุยเจอคือเงียมหงันใช้กลยุทธตั้งรับอย่างเดียวไม่ว่าเตียวหุยจะทำอย่างไรก็ไม่ออกรับเพียงแต่ใช้เกาทัณฑ์ยิงเพื่อป้องกันเท่านั้นเอง ซึ่งทำให้เตียวหุยต้องไปศึกษาภูมิประเทศด้วยตนเอง ซึ่งก็พบว่ายากที่เข้าตีอย่างมาก ทำให้ไม่สามารถเข้าโจมตีแบบปรกติได้ ทำให้คราวนี้เตียวหุยต้องออกอุบายในการยึดเมืองปากุ๋น ซึ่งอุบายแรกก็คือ ใช้อุบายโดยให้ทหารทั้งหมดลงนั่งนอนกับพื้นเพื่อทำให้ฝ่ายเงียมหงันเห็นว่ากองทัพเตียวหุยไม่หึกเหิมในการรบต่อไป แต่เงียมหงันกลับอ่านสถานการณ์ออกโดยประสบการณ์ทำให้ไม่ตกหลุมพราง อุบายต่อมาก็ให้ทหารไปด่าทอหน้าด่านเมืองปากุ๋นแต่ก็ยังคงไม่สำเร็จเนื่องจากเงียมหงันก็ยังคงรู้ทันเตียวหุยอยู่ดี ต่อมาอุบายที่สามก็ให้ทหารไปตัดฟืนตอนกลางคืน ซ้ำเตียวหุยก็รู้ว่ามาสายลับปะปนเข้าไป จึงออกคำสั่งให้สายลับคนนั้นไปแจ้งต่อเงียมหงันเพื่อล่อให้ออกมา ฝ่ายเงียมหงันคิดว่าคราวนี้คงจะจับตัวเตียวหุยได้สำเร็จแต่ไม่รู้ว่าเตียวหุยนั้นได้ซ้อนแผนไว้ โดยเมื่อเงียมหงันเห็นเตียวหุยตัวปลอมนำทัพออกมาทางช่องแคบก็บุกโจมตี โดยไม่ทันตั้งตัวว่าเตียวหุยตัวจริงมาจากด้านหลังและสามารถจับตัวงเงียมหงันได้สำเร็จ
เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้เราได้เห็นความฉลาดของเตียวหุยในการล่อเงียมหงันออกจากเมืองได้ นับเป็นหนึ่งในกลยุทธทางการรบที่มีความพิเศษอันหนึ่งในสามก๊กก็ว่าได้ ในโลกของความจริงบางครั้งเราก็ต้องหลอกล่อคู่แข่งเรา เพื่อเป็นการเปิดช่องให้ตัวเอง อาจจะดูเป็นคนขี้โกงแต่ในโลกของความเป็นจริงก็มีให้เราเห็นอยู่เสมอ
ครั้งหน้าเราจะมาเล่าเหตุการณ์ต่อจากนี้รวมไปถึงการใช้สติปัญญาของเตียวหุยในตอนต่อๆไป
นี่คือสามก๊กซีรีย์ปี1994ครับ ในตอนที่เตียวหุยรบกับเงียมหงัน
ป้ายกำกับ:
36กลยุทธ์,
การตัดสินใจทางธุรกิจ,
บริหาร,
สามก๊ก
วันอาทิตย์ที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2556
36 กลยุทธ์ของจีนกับธุรกิจ ตอน ปิดฟ้าข้ามทะเล
สวัสดีครับในบทความนี้ขอนำเสนอเนื้อหาเกี่ยวกับ 36กลยุทธ เป็นการนำรวมเอาวิธีทำศึกมารวบรวมเป็น 36 กลยุทธ์หลักๆในการทำสงครามของประเทศจีน ไม่มีข้อมูลแน่ชัดเกี่ยวกับผู้เขียนว่าเป็นใคร แต่ก็มีการอ้างอิงในพงศาวดารอยู่บ้าง อย่างไรก็ตามหลัก 36กลยุทธ์นี้ได้ถูกอย่างแพร่หลายมากทีเดียว ในสามก๊กเองก็จะมีครบทั้ง 36 กลยุทธ์
พิชัยสงคราม 36 กลยุทธ์นั้นถูกจัดเป็นหมวดหมู่ย่อยทั้งหมด 6 หมวด คือ
ส่วนในบทความนี้จะนำเสนอเฉพาะกลยุทธ์แรกของ พิชัยสงคราม36กลยุทธ์นะครับ คือ ปิดฟ้าข้ามทะเล ถูกจัดอยู่ในหมวด กลยุทธ์ชิงได้เปรียบ ที่มาของชื่อมาจากในสมัยราชวงศ์ถัง เนื่องจากฮ่องเต้กลัวการเดินทางทางทะเล ก็เลยมีอุบายจัดสถานที่ให้ฮ่องเต้ดูไม่ออกว่าเป็นบนเรือ (ฟ้า=ฮ่องเต้)
อะไรคือ ปิดฟ้าข้ามทะเล(Deceive the heavens to cross the ocean)?
ต้องขอกล่าวว่า เมื่อเราเตรียมการที่จะทำอะไรต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการรบหรือการดำเนินตามแผนธุรกิจที่วางเอาไว้ แน่นอนว่าเมื่อเตรียมพร้อมโดยสมบูรณ์แบบเพื่อลงมือแล้ว กำลังใจและความมุ่งมั่นในการดำเนินงานต่อไปนั้น ย่อมลดลงกว่าเดิม และจะทำให้เกิดความประมาทต่อคู่แข่งก็เป็นได้ นี่ก็เป็นหลักจิตวิทยาที่คนโบราณนำเอามาใช้ให้เกิดประโยชน์ครับ ถามว่ากำลังใจและความมุ่งมั่นลดลงเป็นอย่างไร ง่ายๆเลย อย่างเช่นตอนโจโฉจะออกศึกเซ็กเพ็ก บังทองออกความคิดให้โจโฉนำเรือมาต่อกันโดยใช้โซ่เพื่อให้กองทัพเรือแข็งแรงและป้องกันอาการเมาเรือของทหารด้วย ก่อนออกศึกใหญ่นั้นทัพฝ่ายกังตั๋งก็ยกกำลังออกมาสู้กับทัพโจโฉทางน้ำโดยแกล้งแพ้ เพื่อให้โจโฉคิดว่าการใช้เรือมาต่อกันเป็นวิธีที่ๆจะชนะศึกได้ นั่นคือทำให้โจโฉตายใจและไม่มีการคิดดำเนินแผนสำรอง เพราะฉะนั้นก็จะสามารถดำเนินการใช้แผนต่อไปได้ เพราะว่าการไม่มีแผนสำรองก็สามารถทำให้ครองเกมได้ทั้งหมด
จุดประสงค์ คืออะไร?
ง่ายๆก็คือการอำพรางเพื่อหลอกฝ่ายตรงข้าม และฉวยโอกาสในการเผด็จศึกนั่นเอง วิธีคือการสร้างพฤติกรรมซ้ำๆให้ฝ่ายตรงข้ามตายใจและในที่สุดเขาก็ลดระดับการตอบสนองต่อพฤติกรรมของเรา ถ้าในการศึกก็อย่างเช่นทำให้ข้าศึกเข้าใจผิดว่าเราจะออกรบแต่สุดท้ายเรากลับนิ่งเฉยๆ และถ้าทำบ่อยๆครั้งข้าศึกก็อาจจะถึงขั้นไม่ตอบสนองอะไร และเมื่อพฤติกรรมของข้าศึกเป็นเช่นนั้น เราก็ถือโอกาสเผด็จศึกได้ทันที เพราะข้าศึกไม่ได้เตรียมการรบ
เอาล่ะครับเมื่อรู้ว่ามันคืออะไรแล้วผมจะเล่าเกี่ยวกับการใช้กลยุทธนี้ในตะวันตกแล้วกันนะครับ ก็คือได้มีการใช้กลยุทธนี้ในสงครามโลกครั้งที่2 เมื่อเยอรมันบุกยึดฝรั่งเศสครับ ฮิตเลอร์ใช้วิธีที่ว่าประกาศวันเวลาในการรบกับพันธมิตร และสุดท้ายก็ได้มีการปลี่ยนแปลงวันเวลาอยู่เรื่อยๆ แต่ครั้งที่จะบุกจริงๆ หน่วยข่าวกรองของอังกฤษและฝรั่งเศสก็ได้แจ้งกับทางรัฐบาลของทั้ง 2 ฝ่าย แต่ฝ่ายรัฐบาลคิดว่าเดี๋ยวฮิตเลอร์ก็คงเปลี่ยนอีก ก็เลยทำให้ฝรั่งเศสถูกยึดภายในเวลาเพียงแค่ 40 วันเท่านั้น
เราสามารถนำไปใช้ในธุรกิจได้อย่างไร?
ก็ขึ้นอยู่แล้วแต่สถานการณ์ กลยุทธ์นี้ก็นำมาใช้ได้ค่อนข้างหลากหลาย ถ้าการตลาดเราก็ใช้ได้ในการศึกษาพฤติกรรมของผู้บริโภคต่อสินค้าของเรา ส่วนการแข่งกับคู่แข่งทางธุรกิจก็อาจจะทำให้เขาคิดว่าเราทำซ้ายแต่ที่จริงเราขวาเป็นต้น หรือทำให้คิดว่าเราจะไม่ใช้แผน1 แต่ที่จริงเราจะใช้แผน1 เพื่อให้คู่แข่งเตรียมการรับมือกับการดำเนินธุรกิจของเราไปอีกแบบเพื่อลดการขาดสภาพคล่องของแผน ถ้าเป็นงานบริหารก็ดูเหมือนไม่จำเป็นเลยหรืออาจจะใช้ในการสร้างความแปลกใจ ถ้าเป็นในฐานะพนักงานก็อาจจะใช้ในการสร้างผลงานให้เป็นที่น่าจดจำ
แต่ท้ายที่สุดแล้วทุกๆอย่างก็ขึ้นอยู่กับเวลาและสถานการณ์ของมันนะครับถึงจะเกิดผลสำเร็จมากที่สุด
![]() |
| 36 กลยุทธ์ภาษาจีน อ้างอิงจาก goodorient |
พิชัยสงคราม 36 กลยุทธ์นั้นถูกจัดเป็นหมวดหมู่ย่อยทั้งหมด 6 หมวด คือ
- กลยุทธ์ชิงได้เปรียบ
- กลยุทธ์ชิงจังหวะ
- กลยุทธ์โจมตี
- กลยุทธ์อุบายศึก
- กลยุทธ์ตบตา
- กลยุทธ์พิชิตศึก
ทุกๆหมวดจะมีกลยุทธ์ละ 6 แบบ แต่ว่า 3 หมวดหลังก็จะพูดถึงการใช้กลยุทธ์เมื่อไม่แน่ใจว่าจะรบชนะหรือไม่ก็เป็นเนื้อหาที่แปลกดีครับ
ส่วนในบทความนี้จะนำเสนอเฉพาะกลยุทธ์แรกของ พิชัยสงคราม36กลยุทธ์นะครับ คือ ปิดฟ้าข้ามทะเล ถูกจัดอยู่ในหมวด กลยุทธ์ชิงได้เปรียบ ที่มาของชื่อมาจากในสมัยราชวงศ์ถัง เนื่องจากฮ่องเต้กลัวการเดินทางทางทะเล ก็เลยมีอุบายจัดสถานที่ให้ฮ่องเต้ดูไม่ออกว่าเป็นบนเรือ (ฟ้า=ฮ่องเต้)
![]() |
| ภาพทัพเรือของโจโฉ ในภาพยนตร์ red cliff |
ต้องขอกล่าวว่า เมื่อเราเตรียมการที่จะทำอะไรต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการรบหรือการดำเนินตามแผนธุรกิจที่วางเอาไว้ แน่นอนว่าเมื่อเตรียมพร้อมโดยสมบูรณ์แบบเพื่อลงมือแล้ว กำลังใจและความมุ่งมั่นในการดำเนินงานต่อไปนั้น ย่อมลดลงกว่าเดิม และจะทำให้เกิดความประมาทต่อคู่แข่งก็เป็นได้ นี่ก็เป็นหลักจิตวิทยาที่คนโบราณนำเอามาใช้ให้เกิดประโยชน์ครับ ถามว่ากำลังใจและความมุ่งมั่นลดลงเป็นอย่างไร ง่ายๆเลย อย่างเช่นตอนโจโฉจะออกศึกเซ็กเพ็ก บังทองออกความคิดให้โจโฉนำเรือมาต่อกันโดยใช้โซ่เพื่อให้กองทัพเรือแข็งแรงและป้องกันอาการเมาเรือของทหารด้วย ก่อนออกศึกใหญ่นั้นทัพฝ่ายกังตั๋งก็ยกกำลังออกมาสู้กับทัพโจโฉทางน้ำโดยแกล้งแพ้ เพื่อให้โจโฉคิดว่าการใช้เรือมาต่อกันเป็นวิธีที่ๆจะชนะศึกได้ นั่นคือทำให้โจโฉตายใจและไม่มีการคิดดำเนินแผนสำรอง เพราะฉะนั้นก็จะสามารถดำเนินการใช้แผนต่อไปได้ เพราะว่าการไม่มีแผนสำรองก็สามารถทำให้ครองเกมได้ทั้งหมด
จุดประสงค์ คืออะไร?
ง่ายๆก็คือการอำพรางเพื่อหลอกฝ่ายตรงข้าม และฉวยโอกาสในการเผด็จศึกนั่นเอง วิธีคือการสร้างพฤติกรรมซ้ำๆให้ฝ่ายตรงข้ามตายใจและในที่สุดเขาก็ลดระดับการตอบสนองต่อพฤติกรรมของเรา ถ้าในการศึกก็อย่างเช่นทำให้ข้าศึกเข้าใจผิดว่าเราจะออกรบแต่สุดท้ายเรากลับนิ่งเฉยๆ และถ้าทำบ่อยๆครั้งข้าศึกก็อาจจะถึงขั้นไม่ตอบสนองอะไร และเมื่อพฤติกรรมของข้าศึกเป็นเช่นนั้น เราก็ถือโอกาสเผด็จศึกได้ทันที เพราะข้าศึกไม่ได้เตรียมการรบ
![]() |
| ภาพสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 กองทัพเยอรมันยึดฝรั่งเศส |
เอาล่ะครับเมื่อรู้ว่ามันคืออะไรแล้วผมจะเล่าเกี่ยวกับการใช้กลยุทธนี้ในตะวันตกแล้วกันนะครับ ก็คือได้มีการใช้กลยุทธนี้ในสงครามโลกครั้งที่2 เมื่อเยอรมันบุกยึดฝรั่งเศสครับ ฮิตเลอร์ใช้วิธีที่ว่าประกาศวันเวลาในการรบกับพันธมิตร และสุดท้ายก็ได้มีการปลี่ยนแปลงวันเวลาอยู่เรื่อยๆ แต่ครั้งที่จะบุกจริงๆ หน่วยข่าวกรองของอังกฤษและฝรั่งเศสก็ได้แจ้งกับทางรัฐบาลของทั้ง 2 ฝ่าย แต่ฝ่ายรัฐบาลคิดว่าเดี๋ยวฮิตเลอร์ก็คงเปลี่ยนอีก ก็เลยทำให้ฝรั่งเศสถูกยึดภายในเวลาเพียงแค่ 40 วันเท่านั้น
เราสามารถนำไปใช้ในธุรกิจได้อย่างไร?
ก็ขึ้นอยู่แล้วแต่สถานการณ์ กลยุทธ์นี้ก็นำมาใช้ได้ค่อนข้างหลากหลาย ถ้าการตลาดเราก็ใช้ได้ในการศึกษาพฤติกรรมของผู้บริโภคต่อสินค้าของเรา ส่วนการแข่งกับคู่แข่งทางธุรกิจก็อาจจะทำให้เขาคิดว่าเราทำซ้ายแต่ที่จริงเราขวาเป็นต้น หรือทำให้คิดว่าเราจะไม่ใช้แผน1 แต่ที่จริงเราจะใช้แผน1 เพื่อให้คู่แข่งเตรียมการรับมือกับการดำเนินธุรกิจของเราไปอีกแบบเพื่อลดการขาดสภาพคล่องของแผน ถ้าเป็นงานบริหารก็ดูเหมือนไม่จำเป็นเลยหรืออาจจะใช้ในการสร้างความแปลกใจ ถ้าเป็นในฐานะพนักงานก็อาจจะใช้ในการสร้างผลงานให้เป็นที่น่าจดจำ
แต่ท้ายที่สุดแล้วทุกๆอย่างก็ขึ้นอยู่กับเวลาและสถานการณ์ของมันนะครับถึงจะเกิดผลสำเร็จมากที่สุด
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)









